
Haute Textile Fragrance
ธัชนันท์ อัครวิเชียร
House Perfumer & Founder of PRUNG
She composes fragrance through music, art, flowers and the beauty of the natural world.
สำหรับ คุณฝน ธัชนันท์ การสร้างกลิ่นหอมไม่เคยเริ่มต้นจากคำถามว่า “วันนี้จะทำกลิ่นอะไร” แต่เริ่มจาก ภาพ ความรู้สึก แสง อากาศ ดอกไม้ หรือช่วงเวลาบางอย่างที่อยากเก็บเอาไว้
แสงที่ลอดผ่านหน้าต่างและตกลงบนกลีบดอกไม้
ร้านดอกไม้ในวันที่ฝนตกปรอย
ทุ่งดอกไม้ป่าหลังฝน
เงาจันทร์เหนือแม่น้ำ
สีบางสีในภาพเขียนที่เคยเห็นในพิพิธภัณฑ์
หรือบรรยากาศของสวนยุโรปในช่วง Spring-Summer
สิ่งเหล่านี้มักเกิดขึ้นก่อนการเลือกโน้ตน้ำหอมเสมอ
เพราะสำหรับคุณฝน น้ำหอมไม่ใช่เพียงการสร้าง “กลิ่นหอม”
แต่คือ การแปลสิ่งที่มองเห็น สิ่งที่ได้ยิน และความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ ให้กลายเป็นกลิ่นหอมที่เข้ามาเติมเต็มสุนทรียภาพในชีวิต
THE PERFUMER AS A CLASSICAL PIANIST
She composes fragrance the way she plays music — through texture, movement, silence and emotion.
โลกอีกด้านหนึ่งของคุณฝนคือ Classical Piano การใช้ชีวิตอยู่กับบทเพลงคลาสสิกทำให้คุณฝนเรียนรู้ว่า ความงามไม่ได้เกิดจากโน้ตที่ดังที่สุด หรือการเล่นทุกอย่างให้ชัดเท่ากัน แต่เกิดจาก น้ำหนัก จังหวะ ระยะห่าง การเคลื่อนไหว และความเงียบระหว่างตัวโน้ต วิธีคิดนี้ปรากฏอยู่ในงานสร้างสรรค์กลิ่นหอมของคุณฝนอย่างเป็นธรรมชาติ
ดอกไม้ที่สวยไม่จำเป็นต้องถูกทำให้หอมแรงที่สุด
บางครั้งต้องลดเสียงของมันลง
บางครั้งต้องเปิดพื้นที่ให้อากาศแทรกผ่าน
บางครั้งโน้ตหนึ่งควรปรากฏเพียงชั่วครู่ ก่อนค่อย ๆ เลือนหายและเปิดทางให้อีกโน้ตหนึ่งเผยตัวขึ้นมา
คุณฝนจึงมองโครงสร้างของกลิ่นคล้ายกับ Composition
แต่ละโน้ตมีน้ำหนัก
แต่ละช่วงมี Dynamics
แต่ละกลิ่นมี Texture
และทุกองค์ประกอบต้องเคลื่อนไหวไปด้วยกัน เช่นเดียวกับบทเพลงที่งดงาม กลิ่นหอมไม่จำเป็นต้องดังตลอดเวลาเพื่อให้คนจดจำ บางครั้งสิ่งที่ตราตรึงที่สุด คือสิ่งที่ปรากฏขึ้นอย่างพอดี
ART, LIGHT & THE PERFUMER’S EYE
หากดนตรีฝึกให้คุณฝนฟัง น้ำหนักและจังหวะ ศิลปะฝึกให้คุณฝนมองเห็น แสง สี พื้นผิว และรายละเอียด การเดินทางไปยุโรปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและกระบวนการสร้างงานของคุณฝนมาโดยตลอด เวลาส่วนหนึ่งของการเดินทางถูกใช้ไปกับการยืนอยู่หน้าภาพเขียนระดับโลกในพิพิธภัณฑ์ เดินผ่านห้องศิลปะในพระราชวังเก่า และกลับไปดูผลงานที่หลงใหลซ้ำ ๆ เพื่อสังเกตสิ่งเล็ก ๆ ที่อาจมองไม่เห็นในการชมเพียงครั้งเดียว
สิ่งที่คุณฝนมองหาไม่ใช่เพียงความงามของภาพ แต่คือคำถามว่า
ทำไมภาพหนึ่งจึงทำให้เรารู้สึกบางอย่าง ทั้งที่มันไม่ได้เคลื่อนไหวและไม่มีเสียง แสงถูกวางไว้ตรงไหน เงาทำให้สีเปลี่ยนไปอย่างไร ทำไมผ้าชิ้นหนึ่งในภาพจึงดูนุ่ม ทำไมผิวของกลีบดอกไม้จึงดูโปร่ง ทำไมสีที่เกือบจะขาวสองสี จึงให้ความรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิง
รายละเอียดเหล่านี้ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของสายตาของ Perfumer เพราะในงานของคุณฝน สีสามารถกลายเป็นกลิ่นได้ แสงสามารถกลายเป็นความโปร่ง เงาสามารถกลายเป็นความลึก พื้นผิวสามารถกลายเป็น Texture และการไล่น้ำหนักของสีสามารถกลายเป็นการไล่น้ำหนักของโน้ตของกลิ่น คุณฝนจึงไม่ได้กลับจากพิพิธภัณฑ์พร้อมเพียงความทรงจำของภาพที่สวย แต่กลับมาพร้อม ภาษาทางสายตาที่วันหนึ่งอาจถูกแปลเป็นกลิ่น
THE GARDENS SHE RETURNS TO
และเมื่อออกจากพิพิธภัณฑ์ อีกสถานที่หนึ่งที่คุณฝนใช้เวลาอยู่เสมอเมื่อเดินทางในยุโรปคือ สวน โดยเฉพาะในช่วง Spring และ Summer เวลาหลายชั่วโมงอาจถูกใช้ไปกับการเดินอย่างช้า ๆ ในสวน เพื่อมองดอกไม้ในสภาพที่มันมีชีวิตจริง
เพราะดอกไม้สำหรับ Perfumer ไม่ได้มีเพียง “กลิ่น”
ดอกไม้มีเวลา
มีอุณหภูมิ
มีแสง
มีน้ำ
มีลม
และมีอากาศอยู่รอบตัวมัน
ดอกไม้ชนิดเดียวกันในเช้าหลังฝน กับในบ่ายที่ได้รับแสงแดดเต็มที่ ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกัน กลีบดอกที่เพิ่งผลิบานไม่เหมือนกลีบดอกที่บานเต็มที่ กุหลาบที่อยู่ท่ามกลางอากาศเย็น ไม่เหมือนกุหลาบในวันที่อบอุ่น แม้แต่ความเขียวของก้าน ใบ ดินที่ชื้น หยดน้ำบนกลีบ และลมที่พากลิ่นผ่านเข้ามาเพียงชั่วครู่ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของภาพที่คุณฝนจดจำ
การเดินในสวนจึงไม่ใช่เพียงการมองหาว่า “ดอกไม้นี้หอมอย่างไร” แต่เป็นการมองว่า “ช่วงเวลาไหนที่ดอกไม้นี้งดงามที่สุด” และเมื่อพบช่วงเวลานั้น สิ่งที่คุณฝนต้องการนำกลับมาสร้างในกลิ่น ไม่ใช่เพียงกลิ่นของดอกไม้หนึ่งดอก แต่คือ โลกทั้งหมดที่อยู่รอบดอกไม้นั้น
FLOWERS, NOT SIMPLY FLORAL NOTES
นี่คือเหตุผลที่ดอกไม้ในงานของคุณฝนมักไม่ได้ปรากฏในรูปของ Floral Note เพียงอย่างเดียว คุณฝนสนใจ สภาวะของดอกไม้ ดอกไม้เพิ่งผลิบานหรือบานเต็มที่ กลีบดอกแห้งหรือยังมีหยดน้ำ อยู่ใต้แสงเช้าหรือเงาจันทร์ เพิ่งถูกตัดจากก้านหรือกำลังอยู่ในแจกัน อากาศรอบดอกไม้อุ่น เย็น แห้ง หรือชื้น รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ดอกไม้ชนิดเดียวกันสามารถมีบุคลิกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงเกิดเป็นภาษาของกลิ่นที่พบได้บ่อยในงานของคุณฝน
Watery Petals
Fresh-Cut Stems
Morning Dew
Filtered Light
Air Between Flowers
แทนที่จะทำให้ดอกไม้เข้มขึ้นเพื่อให้รู้สึกถึงมันมากขึ้น คุณฝนกลับสนใจการสร้าง น้ำ อากาศ แสง และพื้นที่รอบดอกไม้ เพื่อทำให้ผู้ใช้ไม่ได้เพียง “ได้กลิ่นดอกไม้” แต่สัมผัสได้ว่า ดอกไม้เหล่านั้นยังคงมีชีวิตและโลดแล่นอย่างงดงามอยู่บนผืนผ้า
FLOWER WATER — THE SIGNATURE OF PRUNG
ความหลงใหลในความมีชีวิตของดอกไม้นำไปสู่หนึ่งในลายเซ็นสำคัญที่สุดของ PRUNG
คุณฝนเลือกนำ Flower Water หรือน้ำกลั่นจากดอกไม้มาเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างกลิ่น เพื่อช่วยลดบทบาทของ Alcohol และสร้างวิธีถ่ายทอดดอกไม้ในแบบของ PRUNG
แทนที่จะให้กลิ่นเปิดออกอย่างแรงและคม คุณฝนต้องการให้มันค่อย ๆ คลี่ตัว ให้กลีบดอกมีความฉ่ำน้ำ ให้ Floral มีอากาศ ให้รายละเอียดเล็ก ๆ มีพื้นที่ปรากฏ และให้ความงามของกลิ่นค่อย ๆ เผยออกมาโดยไม่จำเป็นต้องตะโกน สิ่งนี้ค่อย ๆ กลายเป็นภาษาของ PRUNG
สุภาพ แต่ไม่จางหายไว
ละเมียด แต่ยังมี Presence ชัดเจน
เป็นธรรมชาติ แต่ผ่านการสร้างอย่างประณีต
สำหรับคุณฝน ความหรูหราของกลิ่นหอมจึงไม่ได้วัดจากความแรง แต่จาก รายละเอียดที่สามารถสัมผัสได้ โดยแทบไม่รู้สึกถึงรอยต่อของการปรุง
WHEN FRAGRANCE FOUND TEXTILES
หลังจากสร้างและทดลองกลิ่นมาตลอดหลายปี คุณฝนค้นพบสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนทิศทางของ PRUNG
บนผ้า กลิ่นของ PRUNG สามารถเผยความงามออกมาได้ใกล้กับสิ่งที่คุณฝนตั้งใจสร้างไว้มากที่สุด เมื่อกลิ่นไม่ถูกความอุ่นและกลิ่นธรรมชาติของผิวเปลี่ยนการแสดงตัว รายละเอียดของดอกไม้สามารถรักษาความนุ่ม ความโปร่ง และความฉ่ำน้ำไว้ได้อย่างละเอียดขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้คุณฝนหลงใหลใน Textile มากกว่านั้น คือการค้นพบว่า ผ้าทำให้กลิ่นเคลื่อนไหว เส้นใยค่อย ๆ เก็บกลิ่นไว้ และปล่อยออกมาตาม Movement ของเสื้อผ้า
บางโน้ตปรากฏเพียงชั่วครู่ บางรายละเอียดเคลื่อนผ่าน ก่อนที่กลิ่นจะกลับไปเงียบอีกครั้ง สำหรับนักเปียโน นี่คือภาษาที่คุ้นเคย
Movement. Dynamics. Texture. Silence. และในที่สุด โลกของดนตรี ศิลปะ ดอกไม้ และศาสตร์แห่งเครื่องหอม ก็มาพบกันในแนวคิดที่กลายเป็นหัวใจของ PRUNG
Textile จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Composition ของ PRUNG ในวันนี้
FRAGRANCE DESIGNED FOR TEXTILES
CRAFTED WITH FLOWER WATER
A QUIET KIND OF BEAUTY
หากมีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโลกของคุณฝนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่บทเพลงคลาสสิก ภาพเขียน ศิลปะ สวน ดอกไม้ ไปจนถึงศาสตร์แห่งเครื่องหอม สิ่งนั้นคือความหลงใหลใน ความงามที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง
คุณฝนเชื่อว่าความหอมไม่จำเป็นต้องส่งกลิ่นที่แรงที่สุดในห้องเพื่อทำให้คนจดจำ บางครั้งกลิ่นที่สวยที่สุดอาจเป็นเพียงร่องรอยบาง ๆ ที่ลอยตามเนื้อผ้าเมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านไป เราได้กลิ่นเพียงชั่วครู่ มันหายไป แต่กลับทำให้รู้สึกตราตรึงใจและอยากหันกลับมาหาอีกครั้ง
เช่นเดียวกับบทเพลง บางครั้งโน้ตที่ตราตรึงที่สุดไม่ใช่โน้ตที่ดังที่สุด และเช่นเดียวกับภาพเขียน บางครั้งสิ่งที่ทำให้เรายืนมองอยู่นานที่สุด ไม่ใช่สีที่จัดที่สุดในภาพ แต่คือ แสง เงา และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ศิลปินเลือกวางไว้อย่างพอดี
นี่คือวิธีที่คุณฝนสร้างสรรค์กลิ่นหอมบนเสื้อผ้า เธอไม่ได้มองดอกไม้เพียงเพื่อถามว่า มันมีกลิ่นอะไร แต่มองแสงที่ตกลงบนกลีบ น้ำที่ยังเกาะอยู่บนผิวดอก อากาศที่อยู่รอบมัน และการเคลื่อนไหวของมันเมื่อสายลมพัดผ่านแล้วจึงนำสิ่งที่มองไม่เห็นเหล่านั้นกลับมาสร้างเป็นกลิ่น ไม่ใช่เพื่อทำให้ดอกไม้ส่งเสียงดังขึ้น แต่เพื่อทำให้เราได้สัมผัสช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของมันบนเสื้อผ้า
เธอเชื่อว่ากลิ่นหอมที่งดงามที่สุดคือกลิ่นที่ช่วยยกระดับให้เสื้อผ้าและผู้ใช้ดูสวยสง่าดูแพงอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องแรง
สำหรับเธอ กลิ่นที่งดงามที่สุดไม่ใช่กลิ่นที่แรงที่สุด แต่คือกลิ่นที่สุภาพ ละเมียด และใช้ได้จริงอย่างเป็นธรรมชาติบนเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน
ความเชื่อนี้ทำให้เธอเลือกวาง "Flower Water" หรือ "น้ำกลั่นจากดอกไม้" เป็นโครงสร้างหลักของทุกโครงสร้างกลิ่นเพื่อลดบทบาทของ Alcohol ลง และถ่ายทอดกลิ่นดอกไม้ในรูปแบบที่โปร่ง ฉ่ำน้ำ และมีชีวิต
ทุกกลิ่นของ Prung จึงถูกออกแบบบนแนวคิดของ “ความพอดี” ไม่เข้มเกินจำเป็น ไม่แรงเกินความจำเป็นของธรรมชาติ แต่มีโครงสร้างที่ประณีต และติดทนได้อย่างละเมียดบนเส้นใยผ้าตลอดวัน
งานของเธอจึงมีลายเซ็นที่ชัดเจน ฟลอรัลที่สุภาพ สวยสง่า สอดประสานไปกับผืนผ้าอย่างเป็นธรรมชาติ และงดงามอย่างละเมียดในทุกช่วงเวลา




_edited.jpg)



_edited.jpg)
